ยินดีต้อนรับเข้าสู่เทศบาลตำบลทากาศเหนือ ติดต่อสอบถาม 053-976998 แจ้งเหตุด่วน 099-9750597 , 097-9321675 แฟกซ์. 053-976998 ต่อ 207

ปลัด

แจ้งเรื่องร้องเรียนสายผู้บริหาร

ภารกิจผู้บริหาร

ผู้มีส่วนได้เสียภายนอก

ผู้มีส่วนได้เสียภายใน

facebook



ศูนย์ดำรงธรมม



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 26/11/2562
วันนี้
14
เมื่อวานนี้
47
เดือนนี้
753
เดือนที่แล้ว
1,824
ปีนี้
5,760
ปีที่แล้ว
18,509
ทั้งหมด
137,530
ไอพี ของคุณ
3.238.88.35

วัดทาดอยแช่

ประวัติและตำนานวัดทาดอยแช่

      ตามประวัติแจ้งว่าสร้างประมาณพ.ศ.๒๒๕๘ (อายุ ๒๙๗ปี) ซึ่งในสมัยนั้นตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๙ (พระเจ้าท้ายสระ) ในสมัยอู่ทอง เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓๐ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมามาเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๑ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร อาคารเสนาสนะประกอบไปด้วย อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง ศาลาบาตร และวิหารพระครูชยาลังการ ปูชนียวัตถุประกอบไปด้วย พระพุทธรูป และเจดีย์ศิลปะพม่า (พระธาตุ)

     ตามตำนานกล่าวไว้ว่า บริเวณสันขาตรงกับพระธาตุ สมัยก่อนเป็นถ้ำน้ำแม่ทา ถ้ำนี้ถ้าเอามะนาวโยนลงไปปากถ้ำ มะนาวนั้นจะไปทะลุถึงบ่อน้ำบริเวณอุโบสถบ้านทาหมื่นข้าวตำบลทากาศและหนองน้ำวัดหนองเงือก เขตอำเภอป่าซางปัจจุบัน และภายในถ้ำจะมีเครื่องบวชลูกแก้ว (ทางภาคเหนือเขาเอาใส่บวช) ซึ่งประดับด้วยเพชรนิลจินดาสวยงามมาก ถ้าบ้านใดจะมีการบวชลูกหลานก็สามารถเข้าไปยืมมาใส่ได้ โดยนำเข้าตอกดอกไม้ธูปเทียนไปขอกับเจ้าที่เจ้าทางที่รักษาภายในถ้ำนั้น และภายในถ้ำนั้นจะมีสุนัขขนสีทองประมาณ ๒ ตัวรักษาอยู่ปากถ้ำ ถ้าถึงวันเดือนดับเดือนเป็ง (ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำ) สุนัขก็จะออกมาวิ่งเล่นบริเวณปากถ้ำและบริเวณรอบๆ

และยังมีคนเฒ่าคนแก่เล่าอีกว่า บางครั้งได้มีหญิงรูปงามมาขอยืมที่ปั่นฝ้ายจากชาวบ้าน และบางทีจะมีผู้ชายมาแอ่วหาสาวในบ้านด้วย ซึ่งสมัยนั้นเป็นบ้านสามต้าว แต่เดี๋ยวนี้เป็นแม่น้ำทาไหลผ่าน ปัจจุบันเหตุการณ์ผ่านมา น้ำแม่ทานั้นย้ายทิศทางออกไปท่วมบ้านสามต้าว ชาวบ้านอพยพแยกย้ายคนละที่ละทาง บางคนไปอยู่บ้านสันตอบ้าง บางคนไปอยู่บ้านไร่ (ซึ่งเป็นบ้านดอยแช่ปัจจุบัน) และถ้ำนั้นก็ถูกปิดลงจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา บางคนว่าเครื่องประดับเครื่องทรงลูกแก้วได้หายไป ถ้ำนั้นก็เลยถูกปิด บางคนก็ว่าท่อนซุงที่ไหลมาตามแม่น้ำทาได้เข้าไปปิดทางเดินของน้ำที่ลอดเข้าไปในถ้ำจึงทำให้แม่น้ำทาเปลี่ยนทิศไปและทำให้แม่น้ำทาเดิมตื้นเขินจนถึงปัจจุบัน ถึงแม่น้ำทาจะถูกปิดลง แต่ความอัศจรรย์ก็ยังเกิดเป็นระยะๆ จนถึงปัจจุบันสร้างความอัศจรรย์ให้แก่ผู้พบเห็นตลอด

 

พระธาตุเสด็จ

พระธาตุเสด็จนี้มีลักษณะคล้ายดวงไฟลูกใหญ่ ๑ ลูก และมีลูกเล็กๆ เป็นบริวาร พระธาตุเสด็จนี้มักจะเห็นใกล้งานประเพณีสรงน้ำพระธาตุคือออก ๑ ค่ำ เดือนเก้า เป็นต้นไป จนถึง เดือน ๙ ออก ๘ ค่ำ เชื่อกันว่าถ้าใครมีบุญก็คงได้เห็น พระธาตุนี้จะออกจากธาตุวัดทาดอยแช่ไปทางดอยผาด่าน (หรือดอยผาแดง) ทิศตะวันออกเฉียงใต้แล้วลอยมาที่ดอยบ่อหางในเขตบ้านหนองบัว ตำบลทากาศ แล้วจะลอยไปที่ดอยบวบบริเวณทางไปมหาวิทยาลัยนิด้าแล้วลอยมาที่พระธาตุตามเดิม

 

เสียงสวดมนต์

เคยมีอดีตเจ้าอาวาสหลายรูปตอนทำวัตรสวดมนต์ในช่วงเข้าพรรษา เมื่อช่วงเวลานั่งสมาธิมักจะได้ยินเสียงคล้ายสวดมนต์ดังมาจากบริเวณพระธาตุ ฟังก็ไม่ถนัดว่าเป็นเสียงสวดบทใด ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสได้ยินมา และยังมีคนเฒ่าคนแก่ที่เคยนอนวัดได้ยินอีกด้วย

 

เสียงแห่กลอง

ซึ่งเสียงแห่กลองมักจะได้ยินในช่วงวันพระ ๑๕ ค่ำบ้าง ๘ ค่ำบ้าง ซึ่งจะได้ยินตอนดึกประมาณตี ๑ ตี ๒ คล้ายๆ การแห่ฆ้องกลองสมัยเก่า ซึ่งเคยมีคนได้ยินแล้ว เคยเห็นมาแล้ว ซึ่งบุคคลนั้นได้ขับรถยนต์ผ่านถนนสันตอ-ดอยแช่ ในขณะขับรถมาถึงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำทา ปรากฏว่าได้ยินเสียงแห่ฆ้องกลองบริเวณปากถ้ำเก่าซึ่งตรงกับพระธาตุ ปรากฏว่าเห็นคนอยู่บริเวณนั้นประมาณ ๔๐-๕๐ คน มีแคร่ตามไฟถือไปมาคล้ายๆ กับมีงาน เมื่อขับรถมาใกล้ๆ ก็เห็นเป็นที่ว่างเปล่า มีแต่ต้นไม้และต้นหญ้าไม่เห็นแม้แต่คนเดียว

และยังมีพระเถระรูปหนึ่งได้เล่าว่า ภายในบริเวณวัดทาดอยแช่แห่งนี้เป็นที่ฝังสมบัติไว้ มีไหเงินไหทองฝังอยู่บริเวณใต้วัดจำนวน ๙ ไห ทรัพย์สมบัติเหล่านี้เจ้าของได้นำมาฝังไว้สมัยสงครามโลก ท่านไม่บอกว่าสงครามสมัยใด สมบัติทั้งหลายเหล่านี้เจ้าของจะมาพบอีกในสมัยพระศรีอริยเมตตรัยที่มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป เรื่องทั้งหมดทั้งหลายเหล่านี้เป็นตำนานจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่หรือผู้ที่ประสบพบเห็นมา


 
09 ธันวาคม 2562